คลังเก็บหมวดหมู่: BLOG

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เตรียมเปิดตัว “สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์” แห่งใหม่ใจกลางกรุงโตเกียว

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เตรียมเปิดตัว “สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์” แห่งใหม่ใจกลางกรุงโตเกียว

Warner Bros Studio Tours, Warner Bros Japan, Seibu Railway Co., Ltd, Itochu Corporation และ Fuyo General Lease Co., Ltd ได้ลงนามในข้อตกลงที่จะพัฒนาพื้นที่เดิมของสวนสนุกโทชิมะเอ็น ในเขตเนริมะ กรุงโตเกียว ที่จะมีกำหนดปิดตัวลงในเดือนสิงหาคม 2020 นี้ ให้กลายเป็นสวนสนุกในธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์แห่งใหม่ ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดตัวภายในครึ่งปีแรก ของปี 2023

หากโครงการพัฒนาสวนสนุกแห่งนี้สร้างสำเร็จ Warner Bros Studio Tour Tokyo จะถือว่าเป็นสวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์แห่งที่สองของโลก หลังจากที่ Warner Bros Studio Tour London ได้สร้างความสำเร็จเอาไว้ก่อนหน้านี้

เนรมิตโลกเวทมนตร์แห่งใหม่ใจกลางกรุงโตเกียว

ในส่วนของ Indoor Attraction จะเป็นการนำพาผู้ชมเข้าไปสู่เบื้องหลังของโลกเวทมนตร์อันน่าตื่นตาตื่นใจ ความพิเศษของ Studio Tour Japan ในครั้งนี้ก็คือ ได้รับการออกแบบและสร้างโดยผู้สร้างภาพยนตร์ Harry Potter และ Fantastic Beasts 

ผู้เข้าชมจะได้พบกับเครื่องแต่งกายประจำบ้านต่างๆในแฮร์รี่ พอตเตอร์ รวมไปถึงอุปการณ์ประกอบฉากที่เคยใช้ในภาพยนตร์จริงๆ พร้อมนำเสนอเบื้องหลังว่าหนึ่งในหนังสือเด็กที่ขายดีตลอดกาลอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้น ถูกทำให้กลายเป็นภาพยนตร์ได้อย่างไร

Studio Tour Japan ที่กำลังวางแผนสร้างในครั้งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 30,000 ตารางเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเดินชมถึงครึ่งวันเลยทีเดียว ภายในประกอบด้วยโซนเวทีแสงสีเสียงและสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์จำลองของแฮร์รี่ พอตเตอร์ อีกทั้งในส่วนของโถงเข้าด้านหน้าก็ได้มีการวางแผนเพื่อปรับภูมิทัศน์ โดยจะมีการจัดวางรูปปั้นสัตว์วิเศษที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกด้วย ซึ่งทาง Wanner Bros ได้บอกว่า ส่วนสนุกแห่งใหม่นี้จะแตกต่างจากโซนแฮร์รี่ พอตเตอร์ในยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์อย่างแน่นอน  สล็อตเว็บตรง

 

สำหรับการจำหน่ายบัตรนั้น เพื่อตอบสนองนโยบายการเว้นระยะห่าง (ที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่) ทาง Studio Tour Japan มีแผนที่จะปรับจำนวนการจำหน่ายบัตรเพื่อให้ผู้ชมและแฟนๆ ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาว่า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอายุกว่า 400 ปีในกรุงโตเกียว

สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาว่า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอายุกว่า 400 ปีในกรุงโตเกียว

ในโตเกียวมีสวนสาธารณะมากมายที่ถูกดูแลและอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ผู้คนได้พักผ่อนชมความเขียวขจีและสีสันสวยงามของต้นไม้และดอกไม้ อีกทั้งยังจัดให้เป็นศูนย์เรียนรู้พืชพรรณตามธรรมชาติและสัตว์อีกด้วย สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาว่า เป็นสวนสาธารณะอายุกว่า 400 ปีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำหรับคนญี่ปุ่น มารู้จักสวนพฤกษศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงามให้ชมในช่วงฤดูกาลต่างๆ ของปีแห่งนี้กันนะคะ

ความเป็นมาของสวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาว่า (Koishikawa Botanical Garden)

สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาว่า (Koishikawa Botanical Garden; 小石川植物園) เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1684 โดยโชกุนโทคุกาวะ สึเนโยชิ เพื่อจุดประสงค์ในการใช้เป็นสวนสมุนไพร ปัจจุบันนี้สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้กลายเป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมและเป็นพื้นที่สำหรับงานวิจัยเพื่ออนุรักษ์พืชพันธุ์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว

ด้วยมีพื้นที่กว้างประมาณ 16,000 ตารางเมตร สวนสาธารรณะแห่งนี้จึงมีพืชพรรณหลายพันต้นที่ถูกปลูกแยกกันเพื่อสร้างความสวยงามตามฤดูกาล ได้แก่ แปะก๊วย ต้นสน ต้นเกาลัด ซากุระ บ๊วย ต้นเมเปิ้ล ต้นเมเปิ้ลญี่ปุ่น ต้นแมกโนเลีย ดอกอาซาเลียหรือกุหลาบพันปี และคาเมลเลีย เป็นต้น

ความโดดเด่นของสวนสาธารณะแห่งนี้

ความโดดเด่นของสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้คือ การปล่อยให้ต้นไม้อายุหลายร้อยปีเติบโตตามธรรมชาติ เพื่อให้นกกาได้มาทำรัง ทำให้ได้ยินเสียงนกร้องตลอดเวลา เวลาเข้าไปจึงทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในป่ามากกว่าอยู่ใจกลางเมืองหลวง อีกทั้งยังมีสวนแบบญี่ปุ่นให้นั่งพักผ่อนชมความงามของสวน และมีโรงเรือนกระจกซึ่งปลูกพืชต่างๆ ทั้งจากพื้นที่เขตร้อนและเขตหนาวทั่วโลกเพื่อให้คนที่สนใจเรื่องพืชพรรณได้ศึกษา

นอกจากนี้ยังมีความสวยงามตามฤดูกาลของดอกไม้และต้นไม้หลากหลายชนิดได้แก่ ดอกบ๊วยซึ่งบานประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม

ดอกซากุระ ซึ่งบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้มีชื่อในด้านความงดงามของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงามของดอกซากุระในบรรยากาศที่ไม่มีนักท่องเที่ยวแน่นมากเหมือนสวนสาธารณะทั่วไปในญี่ปุ่น

ชมดอกฮิกันบานะหรือ Red spider lily ที่บานสวยในช่วงกลางเดือนกันยายน

ชมใบไม้เปลี่ยนสีจากต้นไม้หลากหลายชนิด รวมถึงแปะก๊วยและใบเมเปิ้ลแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม (รูปที่ถ่ายมานี้ผู้เขียนไปมาตอนที่ยังไม่ถึงช่วงพีคแห่งความสวยของใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ)

 

ชื่อสถานที่: Koishikawa Botanical Garden

สถานที่ตั้ง: 3-7-1 Hakusan Bunkyo-ku  Tokyo

เวลาทำการ: 9:00 -16:30 น. ปิดทุกวันจันทร์ หรือวันอังคารหากวันจันทร์เป็นวันหยุด และวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 150 เยน

การเดินทาง: เดินประมาณ 10-15 นาที จากสถานี  Myogadani ของรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi หรือจากสถานี Hakusan ของรถไฟใต้ดินสาย Mita

หากชอบสวนสาธารณะที่มีความเป็นธรรมชาติ อยากฟังเสียงนกร้อง และชมต้นไม้หลากหลายชนิด โดยไม่อยากเสียเวลาเดินทางไกลไปนอกเมือง ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองไปชมสวนสาธารณะแห่งนี้ดูค่ะ เพราะนอกจากจะได้เห็นความงดงามตามธรรมชาติแล้วก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณในญี่ปุ่นด้วย      สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

KAMAKURA HOTEL โรงแรมที่คงเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้

KAMAKURA HOTEL โรงแรมที่คงเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้

“KAMAKURA HOTEL” เป็นโรงแรมที่เปิดให้บริการในย่านที่สะดวกสบายใกล้สถานีคามาคุระ แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ทันสมัย แต่ก็เป็นโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ เรียกได้ว่าอยู่สบายๆ และยังได้สัมผัสถึงเมืองเก่าอย่างเมืองคามาคุระที่เงียบสงบด้วย จะไปศาลเจ้าในตอนเช้าตรู่ หรือจะเดินเล่นริมชายหาดในตอนค่ำก็ไม่มีทางเบื่อแน่นอน ว่าแล้วเรามารู้จักโรงแรมนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

การต้อนรับอย่างดีเมื่อมาถึงคามาคุระ

 

พนักงานที่นี่จะให้ความสำคัญกับการต้อนรับแขกของทางโรงแรมอย่างมาก พวกเขาจะต้อนรับคุณด้วยรอยยิ้ม ขณะที่คุณเดินผ่านผ้าม่านผืนใหญ่ที่ย้อมด้วยสีน้ำเงินเข้มเพื่อเข้าไปเช็คอิน และนำเครื่องดื่มต้อนรับมาเสิร์ฟให้คุณได้พักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ทันที มีเวลคัมดริ๊งค์ให้เลือกหลากหลาย แต่เมนูแนะนำก็คงจะเป็นชาญี่ปุ่นที่สั่งจาก “HAPPA STAND” จังหวัดกิฟุที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจะช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น การจัดรถลากสำหรับชมเมือง ทำให้คุณเพลิดเพลินกับเมืองคามาคุระได้อย่างเต็มที่ หากมีร้านที่อยากซื้อของฝากหรืออยากรับประทานอาหารแบบไหน ก็สามารถปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เขาช่วยแนะนำหรือจัดแผนที่การเดินทางให้คุณได้อีกด้วย

ท้องฟ้าสีครามงดงามจดกับทะเลอันกว้างใหญ่

ในคามาคุระมีตึกสูงค่อนข้างน้อย มุมมองจากชั้นดาดฟ้าของโรงแรม 4 ชั้นจึงเป็นจุดชมวิวเมืองที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถ้าอากาศดีจะสามารถมองเห็นภูเขาคามาคุระได้ด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้บริการเช่าเต็นท์โดมเพื่อเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในเวลากลางคืน ทำให้ได้ใช้เวลาอันแสนโรแมนติกในการชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอีกด้วย

ห้องพักที่แสนผ่อนคลายมองเห็นภูเขาคามาคุระ

 

คุณสามารถเลือกประเภทห้องได้ตั้งแต่ห้องดีลักซ์ เตียงแฝดพร้อมระเบียงดาดฟ้า ไปจนถึงห้องมาตรฐานเตียงแฝดธรรมดาตามใจชอบ แต่ไม่ว่าจะพักอยู่ห้องไหนก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแสนสงบแบบญี่ปุ่น

ห้องซาวน่าส่วนตัวกลิ่นชา

 

ห้องซาวน่าส่วนตัวที่มีสไตล์ ทำให้สามารถใช้บริการช้าๆ เนิ่บๆ ได้อย่างสบายใจ โดบมีกลิ่นชามาช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นอีกระดับ ทั้งยังจะช่วยรักษาความเหนื่อยล้าในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีบริการชาให้ดื่มทั้งแบบร้อนและเย็นอีกด้วยค่ะ

 

ข้าวปั้นอาหารเช้าสไตล์เมืองคามาคุระ

 

 

การเริ่มต้นวันที่ดีก็คือการได้รับประทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ โดยทางโรงแรมจะเลือกจัดอาหารเช้าเป็นข้าวปั้นที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ใช้ข้าวไร้สารกำจัดศัตรูพืชของทางจังหวัดคานางาวะ ส่วนน้ำก็เลือกใช้น้ำธรรมชาติของโอยามะ รวมกับส่วนผสมตามฤดูกาล เสิร์ฟพร้อมกับซุปมิโซะและผักดอง เพื่อสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย แม้จะเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสารอาหารและรสชาติแบบคามาคุระที่หาจากที่อื่นไม่ได้

เป็นโรงแรมที่สวยงามและยังทำให้เราใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของเมืองเก่าอย่างคามาคุระอีกด้วย การเดินทางจากโตเกียวก็ไม่ยากและไม่ไกลเลย เป็นเมืองติดทะเลที่สวยงามมากจริงๆ หากมีโอกาสก็ลองแวะไปเที่ยวชมกันดูนะคะ    สล็อตเว็บตรง

KAMAKURA HOTEL
12-27 Onarimachi, Kamakura City, Kanagawa Prefecture MAP
0467-55-5380
kamakurahotel.jp

3 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดนิยม

3 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมในใจคนญี่ปุ่นที่อยากลองให้คุณไปสักครั้ง

3 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดนิยม

3 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดนิยม
3 อันดับพิพิธภัณฑ์ยอดนิยม

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจอยู่ทั่วทั้งประเทศ แต่ละพิพิธภัณฑ์ก็มีเสน่ห์ เอกลักษณ์เฉพาะตัว และจุดขายที่แตกต่างกันไป เราตามไปดูกันดีกว่าว่าพิพิธภัณฑ์ไหนที่มีเสน่ห์ครองใจกลายเป็นสุดยอดพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นโหวตให้กันบ้าง ผ่านผลสำรวจของเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Tripadvisor

อันดับ 3 Nagasaki Atomic Bomb Museum

นางาซากิ เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองท่าที่ตกเป็นเป้าหมายถูกทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ในวันที่ 9 สิงหาคม 1945 โดยที่พิพิธภัณฑ์ Nagasaki Atomic Bomb Museum แห่งนี้มีการจัดแสดงเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทิ้งระเบิดปรมาณูที่นางาซากิในวันดังกล่าว ผู้ที่มาเข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพความเสียหาย, เอกสารภาพถ่าย และวีดิทัศน์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงซากสิ่งปลูกสร้างที่หลงเหลือจากการถูกทิ้งระเบิดบางส่วน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปในการทิ้งระเบิด และการฟื้นฟูเมืองจากความเสียหายหลังจากนั้น พร้อมยังมีการประยุกต์เนื้อหาการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพภายในโลกอีกด้วย

อันดับ 2 Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology

สำหรับพิพิธภัณฑ์ในดวงใจของคนญี่ปุ่นอันดับ 2 ตกเป็นของ พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า (Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology) ตั้งอยู่ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บริหารงานโดย Toyota Group เจ้าของแบรนด์ชั้นนำด้านยานยนต์ระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Toyota ตัวของพิพิธภัณฑ์นั้นตั้งอยู่ในตัวอาคารของโรงงานสีฝ้าย ซึ่งเป็นธุรกิจเริ่มแรกของ Toyota ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยไทโช โดยผู้เข้าชมจะได้เห็นถึงพัฒนาการของเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมสิ่งทอในอดีต และแน่นอนผู้มาเยี่ยมชมจะได้ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างของรถยนต์ และประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งยังมีการจัดแสดงรถยนต์ Toyota รุ่นต่าง ๆ ในแต่ละยุคสมัย นอกจากจะได้ชมเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตแล้ว ยังมีการจัดแสดงโชว์กระบวนการผลิตให้ชมอีกด้วย แถมในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ยังมีให้บริการ Virtual Guide Tour ผ่านทางออนไลน์ เหมาะกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างมากเลยละค่ะ

อันดับ 1 The Railway Museum

 

 

มาถึงอันดับ 1 พิพิธภัณฑ์ยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นกันแล้ว แน่นอนว่าหนีไม่พ้น ตกเป็นของพิพิธภัณฑ์รถไฟ (The Railway Museum) ตั้งอยู่ที่เมืองไซตามะ จังหวัดไซตามะ พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกปี 2007 ถึงแม้จะติดเข้าโผเป็นครั้งแรก แต่ก็ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในทันที ทิ่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีรถไฟนานาชนิดให้ชมตั้งแต่รถจักรไอน้ำ ชินคันเซ็น และรถไฟประเภทต่าง ๆ ให้ชมกันถึง 41 โบกี้เลยด้วย นอกจากนี้สำหรับคนรักรถไฟ ยังมีโซนการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของการเดินรถไฟ เทคโนโลยีการเดินรถไฟใหม่ล่าสุด และยังสามารถเรียนรู้ผ่านโปรแกรมจำลองการขับ (Simulator) ได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่สามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัว ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ จึงสามารถครองใจเป็นสุดยอดพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนญี่ปุ่นไปในที่สุด

พิพิธภัณฑ์แต่ละที่ที่ติด Top 3 สุดยอดพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมของคนญี่ปุ่นในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์น่าสนใจ ทำให้อยากไปเลยจริง ๆ นอกจากจะได้ความสนุกจากการท่องเที่ยวแล้ว แน่นอนว่าจุดเด่นของการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์คงหนีไม่พ้นการเรียนรู้ผ่านความสนุกนั่นเองละค่ะ เพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ไม่ควรพลาดไปเยือนพิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่งนี้กันดูนะคะ  สล็อตเว็บตรง

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะสุดหลั่นล้ากับ “มะม่วง” ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย DAY 3

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

หลังจากได้อบอุ่นทั้งร่างกายและหัวใจในทริป Day 2 แล้ว วันนี้คุณมะม่วง ยูทูบเบอร์คนญี่ปุ่นหัวใจไทย เจ้าของเพจ “ญี่ปุ่นมั้ย? い~ぷんまい?” จะพาเราไปออกแรงออกกำลังแบบ outdoor กันบ้าง จะสนุกแค่ไหน ตามไปกันเลย

Day 3 เล่นสกีสุดท้าทาย ผ่อนคลายกับ afternoon tea นอนพักที่โรงแรมสูงสุดในเมืองมัตสึโมโตะ

ท้าทายความสูงชันที่ Hakuba Iwatake Snow Field

วันนี้มะม่วงจะพาเพื่อน ๆ ไปเล่นสกีที่ Hakuba Iwatake Snow Field กันนะครับ ขับรถออกจากโรงแรมประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้ว หรือถ้าไม่ได้ขับรถมาเองทางลานสกีก็มี shuttle bus รับส่งฟรีจากโรงแรมเลยสะดวกมากๆ ลานสกีแห่งนี้อยู่ในเมืองฮาคุบะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกีชั้นเยี่ยม มีเส้นทางเล่นสกีเยอะมาก ตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับเทพเลย วันนี้โชคดีมาก ๆ ที่ท้องฟ้าแจ่มใส แถมหิมะก็ฟูๆ กำลังดีเหมาะสำหรับเล่นสกีเป็นที่สุด ใครที่เล่นสกีหรือสโนบอร์ดได้โปรระดับหนึ่งแล้ว ให้ลองขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปถึงยอดเขา แล้วลื่นลงมาตามคอร์สเส้นทางยาวได้เลย ระหว่างทางจะมีที่ที่ชันมากและแคบมากอยู่ เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทายสุด ๆ

LINE_ALBUM_220302_0LINE_ALBUM_220302_1LINE_ALBUM_220302_11LINE_ALBUM_220302_5

ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มเล่นหรือไม่เล่นแค่อยากชมวิว ก็สามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปจนถึงยอดเขาได้เหมือนกัน บนยอดเขาจะมีคาเฟ่ชื่อ The City Bakery ซึ่งเป็นคาเฟ่ในพื้นที่ HAKUBA MOUNTAIN HARBOR อยู่ บรรยากาศคาเฟ่เป็นแบบชิค ๆ ไว้นั่งชิว ถ่ายรูปสวย จิบกาแฟพลางชมวิวภูเขา Japan Alps ไปด้วย ส่วนขากลับก็สามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้ากลับลงมาได้เลย ปลอดภัยแน่นอน

อีกอย่างที่ไม่อยากให้เพื่อน ๆ พลาดเลยคือการเล่นชิงช้าบนยอดเขา มันสนุกสุดยอดจริง ๆ นะครับ อย่างกับได้ล่องลอยอยู่ในอากาศ มองเห็นพื้นดินปกคลุมด้วยหิมะสีขาว รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝันเลยครับ

Hakuba Iwatake Snow Field
พิกัด: 12056 Hokujo, Hakuba-mura, Kitaazumi-gun, Nagano
การเดินทาง: นั่งชินคันเซ็นมาลงที่สถานี Nagano แล้วต่อรถบัสสาย Nagano Hakuba มาลงที่ป้าย Hakuba Happo หรือสามารถใช้บริการรถชัตเติ้ลบัสฟรีของทาง Hakuba Village ได้ โดยสามารถโดยสารรถบัสสาย HV-2 Konayuki Line หรือ HV-3 Goryu-Happo・Tsugaike Line (รถวิ่งให้บริการในเวลาที่จำกัด)
เว็บไซต์: iwatake-mountain-resort.com

ดื่มด่ำกับ Afternoon Tea ที่คาเฟ่ Apple & Roses

เล่นสกีมาทั้งวันแล้ว ก่อนจะหมดแรง เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ขับรถออกจากลานสกีประมาณ 45 นาทีก็จะถึงร้าน Apple & Roses คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ยุโรปที่นี่เพื่อน ๆ สามารถมานั่งจิบ Afternoon Tea ได้ แต่ต้องจองมาก่อนนะครับ (เฉพาะช่วง covid-19 โดยปกติแล้วไม่ต้องจอง) ราคาก็ไม่แพงเลย เพียงคนละ 3,500 เยน มีทั้งเวลคัมดริ๊งค์ แซนด์วิช สโคน ขนมหวาน 8-10 ชนิด และชาตามชอบ อิ่มจนแทบจะกินข้าวเย็นไม่ไหว รสชาติขนมก็หวานกำลังดี

LINE_ALBUM_220302_1 (1)kenjitripd3 4

 

แต่ถ้าใครไม่อยากทานเป็นเซ็ท ทางร้านก็มีเมนูขนมให้เลือกสั่งแยกได้ สำหรับขนมที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านคือทาร์ตที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้และแอปเปิ้ลที่ปลูกในท้องถิ่น สวยมากจนแทบไม่กล้าทานเลยครับ หรือถ้าใครไม่สันทัดของหวานที่นี่ก็มีเซ็ทคีชให้เลือกสั่งได้เช่นกัน บรรยากาศร้านเงียบสงบผ่อนคลาย รับรองว่าสาว ๆ ต้องชอบแน่นอน

Apples & Roses
พิกัด: 8161-1 Hotakaariage, azumino, nagano
การเดินทาง: นั่งชินคันเซ็นมาลงที่สถานี Nagano แล้วต่อรถไฟสาย Shinooi ลงสถานี Matsumoto จากนั้นต่อรถไฟสาย Ooito ลงสถานี Hotaka แล้วนั่งรถบัสประจำทางลงป้าย Apples & Roses
เว็บไซต์: apple-roses.com

พักผ่อนที่จุดสูงสุดของเมืองมัตสึโมโตะ ณ โรงแรม Hotel Buena Vista

 

ที่พักของเราวันนี้คือ โรงแรม Hotel Buena Vista ซึ่งขอบอกว่าเป็นโรงแรมที่พิเศษสุด ๆ เพราะเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในเมืองมัตสึโมโตะ สำหรับเพื่อน ๆ คนไทยที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม ขอแนะนำชั้น 5 ของโรงแรมนี้เลย เพราะเขาตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Full Course และระหว่างทานอาหารก็สามารถมองวิวสวนญี่ปุ่นได้ด้วย

แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศหรูหราหรืออยากนั่งดริ๊งค์ชมวิวเมืองมัตสึโมโตะสวย ๆ ยามค่ำคืน ขอแนะนำร้านอาหารฝรั่งเศส Sorpresa ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมเลยครับ รับรองว่าจะต้องประทับใจ และไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้นนะ เพราะที่นี่ให้บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ด้วยครับ

 

Hotel Buena Vista
พิกัด: 1-2-1 Honjo, Matsumoto, Nagano
การเดินทาง: นั่งรถไฟสายด่วนพิเศษ Azusa ลงสถานี JR Matsumoto แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรีของโรงแรม
เว็บไซต์: buena-vista.co.jp

วันนี้คุณมะม่วงพาไปเที่ยวได้ครบรสจริง ๆ ทั้งเล่นสกี Outdoor ทั้งนั่งจิบ Afternoon Tea หรูหรา ตบท้ายด้วยการพักค้างคืน ณ โรงแรมที่สูงที่สุดและมีวิวสวยบรรยากาศดีสุด ๆ ของเมืองมัตสึโมโตะ เรียกได้ว่าแค่เห็นวิวจากบนโรงแรมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย Day 4 จะไปไหนกันต่อ นั่งปูเสื่อรอได้เลย

หากใครอยากรู้จักคุณมะม่วงให้มากขึ้น ติดตามได้ตามช่องทางดังนี้  สล็อตเว็บตรง

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะสุดหลั่นล้ากับ “มะม่วง” ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย DAY 3